บทที่ 17 พันธะร้อน วิวาห์สวาท EP17
“ยัยอ้วนล่ำดำเตี้ย ฉันจำเธอได้แล้ว คิดจะมีสามีหล่อๆ แบบฉันเหรอ ฝันไปเถอะ” นวินพูดออกมาอย่างดูแคลนว่าที่เจ้าสาวของเขาในอนาคต พร้อมกับบอกกับตัวเองว่าจะไม่ยอมแต่งงานกับผู้หญิงน่าเกลียดแบบนั้นแน่ๆ
คนที่กำลังทำน้ำสตรอว์เบอร์รี่ปั่นให้กับเพื่อนรัก ก็ถึงกับตกใจในเสียงฝ่ามือที่ตบลงบนโต๊ะ จนต้องหันไปขอโทษขอโพยลูกค้าในร้าน ที่เริ่มตกใจและหันไปหาเจ้าของเสียงเป็นตาเดียว ก่อนจะเดินถือแก้วทรงสูงสีทึบ และแก้วกาแฟอย่างที่ถูกสั่งเดินไปหาเจ้าของเสียงด้วยความรวดเร็ว
“เป็นอะไรวะ ทำเอาลูกค้าตกอกตกใจหมด” อดไม่ได้ที่จะตำหนิเพื่อนรักทันทีที่เดินมาถึง
“โทษทีว่ะ พอดีนึกอะไรได้นิดหน่อย” นวินเอ่ยขอโทษเพื่อนออกมาอย่างลุแก่โทษ ก่อนจะหันไปทางลูกค้าสาวๆ ที่ยังคงอยู่ในร้าน พร้อมกับก้มหน้าลงเล็กน้อย เพื่อเป็นการขอโทษ
เครื่องดื่มทั้งสองประเภทถูกวางลงบนโต๊ะ ก่อนที่เจ้าของร้านจะนั่งลงข้างๆ หลังจากมองแล้วว่าลูกน้องน่าจะดูแลลูกค้าในส่วนที่เหลือได้ ทั้งสองหนุ่มพูดคุยเรื่องสัพเพเหระกันอยู่ครู่ใหญ่ รวมไปถึงเรื่องผู้หญิงที่ทั้งคู่กำลังคบอยู่ด้วย
ซึ่งข้อนี้มักจะเป็นเรื่องปกติที่สองเพื่อนซี้จะเล่าให้ฟัง แต่กับคริสเพื่อนรักอีกคน แม้จะสนิทกันมากไม่ต่างกัน แต่ก็ยังมีบางเรื่องที่ นวินเลือกที่จะไม่เล่าให้ฟัง แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์สั่นคลอน หรือลดน้อยลงไปกว่าที่ควรจะเป็น
เมื่อพูดคุยเรื่องอื่นจนพอใจแล้ว คราวนี้ก็มาถึงเรื่องที่นวินตั้งใจจะมาคุยกับคิมหันต์โดยเฉพาะ นั่นก็คือการเดินทางกลับประเทศไทยเป็นการถาวร ซึ่งในตอนแรกที่ชายหนุ่มรู้ก็ค้านหัวชนฝา ว่าจะไม่ยอมเดินทางกลับไปด้วย ในเมื่อทุกๆ อย่างของเขาอยู่ที่นี่ ที่สำคัญคือไม่อยากจะไปเริ่มต้นอะไรใหม่ ในประเทศที่จากมาเสียนานอย่างประเทศไทย
ทว่าการคัดค้านของเขาก็ไม่เป็นผล เมื่ออำนาจสิทธิ์ขาดในการตัดสินใจคือพ่อผู้ให้กำเนิด ที่อยากกลับไปอยู่บ้านเกิดของตัวเอง สุดท้ายสิ่งที่นวินทำได้ก็คือการยอมรับและทำตามคำสั่งของบิดาก็เท่านั้น ในเมื่อเขาต้องกลับไทยเรื่องอะไรที่เขาจะกลับไปคนเดียว นวินมีความคิดจะลากเพื่อนตรงหน้ากลับไปด้วยกัน และวันนี้คือวันที่เขาจะสั่งการให้เพื่อนรักต้องทำตามอย่างเลี่ยงไม่ได้
“แกเคยคิดจะกลับไทยไหมวะไอ้คิม” ก่อนจะพูดถึงเรื่องสำคัญ นวินจึงลองถามเพื่อนรักออกไป เพื่อเป็นการลองเชิง
“ตอนนี้ยังไม่ว่ะ อีกอย่างธุรกิจที่นี่ก็กำลังไปได้ด้วยดี”
คิมหันต์รีบปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิดให้เสียเวลา ใช่ว่าเขาไม่อยากจะกลับเมืองไทย ทว่าตอนนี้มันยังไม่ถึงเวลาที่จะกลับไปเจอกับใครบางคนที่อยู่ที่นั่น
“แต่ฉันอยากให้แกกลับ”
“เพื่ออะไร” คนที่ค่อนข้างไม่เข้าใจในคำพูดของเพื่อนจึงได้เอ่ยถามออกมา เพราะก่อนหน้านี้ตอนที่เขาอยากกลับไทย เพื่อไปตามหาใครบางคน ทั้งขอร้องอ้อนวอนเจ้าเพื่อนตรงหน้า แต่กลับได้รับคำปฏิเสธ และสั่งให้เขาล้มเลิกที่จะกลับไปหาคนไร้ค่า ที่ไม่คู่ควรกับเขาเลยสักนิด ซึ่งคิมหันต์เองก็ยอมทำตามคำแนะนำ ลืมและตัดใครบางคนออกไปจากหัวใจ จากที่เคยหมกตัวอยู่กับความเสียใจ ก็เป็นฝ่ายทำให้ผู้หญิงที่ผ่านเข้ามาในชีวิตรู้สึกเจ็บอย่างที่เขาเคยเจ็บมา
“เข้าเรื่องเลยแล้วกัน คือฉันต้องกลับไทยตามคำสั่งของพ่อ แม้ว่าจะไม่อยากกลับ แต่ก็ขัดใจไม่ได้ ฉันเลยอยากจะชวนแกกลับไปด้วยกัน” ในที่สุดนวินจึงเอ่ยชวนเพื่อนรักออกไปตรงๆ และหวังว่าจะได้รับการยินยอมมากกว่าปฏิเสธ
“โน”
คิมหันต์ตอบกลับทันที โดยไม่ต้องใช้เวลาคิด เพราะสำหรับเขาแล้ว ตอนนี้กำลังรู้สึกมีความสุข กับการใช้ชีวิตอยู่ที่ฝรั่งเศส มากกว่าจะกลับไปเมืองไทย ซึ่งพ่อและแม่ของเขาก็ไม่ได้ห้ามหรือว่าคัดค้านอะไร จึงไม่จำเป็นต้องรีบร้อนกลับ ในเมื่อธุรกิจการค้าที่นี่ก็กำลังไปได้ด้วยดี
“อะไรวะ ห้ามปฏิเสธโว้ย แกต้องกลับกับฉัน” เอ่ยจบคนที่มาร้านเพื่อสั่งการ ก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงทันที พร้อมกับสาวเท้าเดินออกไปยังประตูด้านหน้าร้าน เมื่อหมดธุระของตัวเอง
“อะไรวะไอ้นิก ตกลงจะมาขอร้องหรือว่าจะมาบังคับวะ”
คิมหันต์ได้แต่ร้องตะโกนด่าเพื่อนรักไล่หลัง ในความเอาแต่ใจ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน มันกลับไม่ลดน้อยลงเลยสักนิด มีแต่จะเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้น จนเขารู้สึกอ่อนใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ในเมื่อยอมตกลงเป็นเพื่อนรักของมันแล้ว คงทำได้แค่ยอมทำตามที่มันสั่ง แม้ว่าจะไม่เต็มใจนัก
ส่วนนวินหลังจากสั่งการเพื่อนรักคนแรกเรียบร้อย ก็ถึงเวลาไปหาเพื่อนรักคนที่สองยังบริษัทที่ร่วมหุ้นเปิดมาด้วยกัน นั่นก็คือบริษัทผลิตสื่อโฆษณา ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จค่อนข้างสวย หลังจากเปิดตัวได้เพียงไม่กี่ปี งานต่างๆ ทั้งระดับเล็กและระดับใหญ่ วิ่งชนเข้าหาจนผลประกอบการเป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง
บริษัทเอ็นเคเค ปารีส ผู้ผลิตสื่อโฆษณาที่กำลังได้รับความนิยม ได้รับการว่าจ้างมากที่สุดในขณะนี้ มีผู้บริหารหนุ่มสุดหล่อไฟแรงสามคน ที่เป็นเพื่อนซี้มาตั้งแต่สมัยเรียน มีตำแหน่งรับผิดชอบที่แตกต่างกันออกไป เพื่อไม่เป็นการทับไลน์การทำงานของกันและกัน แต่คนที่จะออกหน้าทุกอย่างมีเพียงคนเดียว ก็คือคริสผู้บริหารที่ทำงานด้วยความรักในวิชาชีพที่ตัวเองเรียนมา พอๆ กับความเจ้าชู้ตัวพ่อ ที่ฟาดฟันนางแบบในสังกัดแทบจะทุกคนที่มาเสนอตัวให้
